วันเสาร์ที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วัฒนธรรมไทย กับดีไซน์ คัลเจอร์ shows.voicetv.co.th
รายการ คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา อาทิตย์ 31 ก.ค. 54 ชวนคิดเล่นเห็นต่างกันในเรื่่อง วัฒนธรรมไทย กับ ดีไซน์คัลเจอร์ จะสามารถอยู่ร่วมกันได้หรืออไม่ อย่างไร Produced by VoiceTVhttp://shows.voicetv.co.th/kid-len-hen-tang/15223.html
ชาตินี้' หรือ 'ชาติไหน' ที่วัฒนธรรมแบบไทยจะผงาดสู่เวทีโลก
http://s
hows.voicetv.co.th/kid-len-hen-tang/5454.html?page=3
คิดเล่น คิดต่าง กับ ความสำเร็จของกระแส 'เค ป๊อบ' แดนกิมจิ สู่ความเป็นไปได้ที่ 'ที ป๊อบ' 'วัฒนธรรมแบบไทย' จะก้าวไกลสู่เวทีโลก
จากความแรงของเทรนด์กิมจิ สู่คำถามมากมายในสังคมไทย เช่น เพราะเหตุใด วัฒนธรรมแบบไทย หรือ 'ที ป๊อบ' จึงหลุดโผ ไม่ติดรายชื่อกระแสวัฒนธรรมส่งออก ทำไมเมื่อนึกถึงเมืองไทย ต่างชาติจะคิดถึงแต่วัด? ทำไมผู้ใหญ่ไม่พอใจ เมื่อเด็กไทยคลั่งวัฒนธรรมข้ามชาติ, และเป็นไปได้หรือไม่ ที่วัฒนธรรมแบบไทย จะก้าวไกลในระดับสากล
เหตุผลหลักที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างวัฒนธรรม 'ที ป๊อบ' ของเยาวชน การไม่เปิดให้สร้างอัตลักษณ์หรือเวทีใหม่ของความเป็นไทยสำหรับวัยรุ่น - ห้ามใส่สายเดี่ยว, นุ่งสั้น, กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถของเยาวชนมีน้อย, การเลี้ยงลูกแบบพะเน้าพะนอ ยกตัวอย่าง การทำงานหนักของแม่ ในการส่งเสริมการศึกษาให้กับลูก การลงทุนเพื่อการศึกษาของลูก ไม่มีมิติการเรียนรู้เรื่องชีวิต และสังคม เด็กขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีวิญญาณกบฏ
นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคด้านการยึดติดกับความเป็นไทยแบบดั้งเดิมที่ “ถูกสร้าง” ขึ้นมา อาทิ การร่ายรำ-กรมศิลป์ ที่ก็ไม่ได้เป็นของเก่าจริงแต่เป็นสิ่งที่เพิ่ง “ทำ” กันขึ้นมา ชุดไทยเก้ารัชกาลก็ออกแบบโดย ปิแอร์ บัลแมง ชุดแอร์โฮสเตสไทยก็ปิแอร์ บัลแมง ออกแบบ ไม่เห็นมีใครโวยว่าไปเอาคนฝรั่งเศสมาออกแบบชุดไทย? สวมลุมฯ ของเราออกแบบโดย แลนสเคปชาวอิตาลี
ความเป็นไทย ไม่ได้อยู่ที่ชุดไทย โจงกระเบน ไม่ได้อยู่ที่คุณเขียนเลขไทยเป็นหรือเปล่า ไม่ได้อยู่ที่คุณร้องเพลงหนักแผ่นดินบ่อยแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่การปลาบปลื้มว่าบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณปกป้องบ้านเมืองมาให้ เรา เราต้องหวงแหน
ปัญหาของคนไทยกับความเป็นไทย ในปัจจุบันคือกปํญหาของคนที่ไม่รู้จัก “อดีต” ของตนเอง และไม่เคยรับรู้ว่า “อดีต” ย่อมมีหลายเวอร์ชั่น แต่คนไทยมักจะเลือกเชื่อเวอร์ชั่นของ “ราชการ” หรือเอา Concept ปัจจุบันไป ทำความเข้าใจอดีต เช่น กรณีเรื่อง อดีต ว่าด้วยการเสียดินแดน สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยที่เจ็บปวดเรื่องการเสียดินแดน ไม่เคยเข้าใจว่าแนวคิดว่าด้วยอธิปไตยเหนือดินแดนเป็นของใหม่ที่เกิดขึ้นใน สมัยศตวรรษที่ 19 ดังนั้น ก่อนหน้านี้ไม่มีความคิดเรื่อง “เสียดินแดน” ดังนั้นประวัติศาสตร์ว่าด้วยการเสียดินแดนเป็นประวัติศาสตร์ที่คนปัจจุบัน เอาแนวคิดของโลกปัจจุบันไปทำความเข้าใจเหตุการณ์ในอดีต
ผลของการไม่รู้จักอดีต ก็คือการไม่รู้จักตนเองในปัจจุบัน คนไทยมีการรับรู้ที่ผิดๆเกี่ยวกับตนเองตลอดเวลา และไม่สามารถเชื่อมโยงตัวเองกับโลกทั้งใบได้ว่า เกี่ยวข้องกันอย่างไร? สัมพันธ์กับคนอื่นในโลกใบนี้อย่างไร?
ดังนั้น สิ่งสำคัญ ต้องไม่ลืมว่า “ชาติ” เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างและสมมุติขึ้นมา เพราะฉะนั้น ชาติ รวมไปถึงอัตลักษณ์ของชาติก็ย่อมปรับเปลี่ยนได้เสมอ ทำไมความเป็นไทยต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่ เด็กแว๊น เด็กสก๊อย ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทยหรอกหรือ ถ้าเราไม่เห็นเห็นเด็กสก๊อย เป็นส่วนความเป็นไทย เราก็จะไม่สมารถทำงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น หนัง เพลง ที่จะทำให้เราเห็น ความเป็นไทยอย่างที่มันเป็น เพราะเราเฝ้าแต่จะเห็นความเป็นไทยในแบบที่เราอยากให้เป็น
สรุปประเด็นสั้นๆ คือ
วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
Oh My God Movie (2009) by Peter Rodger
You don’t take a photograph, you quietly borrow it…” Peter Rodger grew up looking through a camera lens. As a teenager, the award-winning British director honed his skills by assisting his father, George Rodger, the renowned photo-journalist and co-founder of Magnum Photos.
After completing his education at England’s Maidstone College of Art, his skill with the lens made him one of the most sought-after talents in the European and United States Advertising Industry, shooting numerous car, clothing and cosmetics companies’ print and commercial campaigns in over forty different countries. He has shot for such diverse clients as Mercedes, Save the Children Fund, City National Bank, Coca Cola, Toyota, Microsoft, Infiniti, Lexus, Buick, Acura, Honda, Volvo, Land Rover, Fendi, Xavier Laurent Perfume, Apple Computers, University of Houston, Kodak, Freixenet Champagne, General Electric, Audi and Canon Cameras.
Peter has exhibite
d his fine art work all over the world and has won numerous awards for his filmed work. He has penned seven screenplays — including “Comfort of the Storm” (2009), “Bystander” and “Publication Day” — in development.
After three years of filming across 23 countries, Peter has just completed producing and directing the epic non-fiction film entitled “Oh My God” — which explores people’s diverse opinions and perceptions of God which was theatrically released in the United States on November 13, 2009.
Official Movie Site and Trailer - Oh My God Movie (2009) by Peter Rodgerวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔
การประชุมวิชาการและเสนอผลงานวิจัย/สร้างสรรค์ระดับชาติและนานาชาติ "ศิลปากรวิจัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 5 : บูรณาการศาสตร์และศิลป์"
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร และเครือข่ายวิจัยอุดมศึกษาภาคกลางตอนล่าง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้กำหนดจัดโครงการประชุมวิชาการและเสนอผลงานวิจัย/สร้างสรรค์ระดับชาติและ นานาชาติ “ศิลปากรวิจัยและสร้างสรรค์ ครั้งที่ 5 : บูรณาการศาสตร์และศิลป์”วันที่ 25-27 มกราคม 2555 ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม
http://www.surf.su.ac.th/project
Download proceeding การประชุมวิชาการและเสนอผลงานวิจัยและสร้างสรรค์ ศิลปากรวิจัย ครั้งที่ 1-4 ที่ผ่านมา
วันจันทร์ที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
อีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
”เวลากล่าวถึง “ความรู้สึกโหยหาอดีต” ของชนชั้นกลางไทยปัจจุบัน เราจะพบว่าเป็นความรู้สึกโหยหา “ความเก่าแก่ของความเป็นไทยในชีวิตประจำวัน” เพราะพวกเขาสื่อสารไม่ได้กับความเก่าแก่ของความเป็นไทยกระแสหลักที่มักจะเน้นกันอยู่ที่วัดและวัง”
The concept of intertextuality has proven of inestimable value in recent attempts to understand the nature of literature and its relation to other systems of cultural meaning. In The Memory of Tiresias, Mikhail Iamposlki presents the first sustained attempt to develop a theory of cinematic intertextuality.Building on the insights of semiotics and contemporary film theory, Iampolski defines cinema as a chain of transparent, mimetic fragments intermixed with quotations he calls "textual anomalies." These challenge the normalization of meaning and seek to open reading out onto the unlimited field of cultural history, which is understood in texts as a semiotically active extract, already inscribed.Quotations obstruct mimesis and are consequently transformed in the process of semiosis, an operation that Iampolski defines as reading in an aura of enigma. In a series of brilliant analyses of films by D.W. Griffith, Sergei Eisenstein, and Luis Buñuel, he presents different strategies of intertextual reading in their work. His book suggests the continuing centrality of semiotic analysis and is certain to interest film historians and theorists, as well as readers in cultural and literary studies.
วันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
ภาพยนตร์สื่อสะท้อนบริบททางวัฒนธรรมและสังคมไทย โดย ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ
การนำเสนอสาระ การสื่อความหมายของภาพยนตร์ที่มีไปยังผู้ชมต้องอาศัยเทคนิคของศิลปการสื่อสาร การสื่อความที่ลึกซึ้งละเอียดอ่อน ภาพยนตร์จึงถือเป็นสื่อมวลชนอีกหนึ่งแขนงที่เนื้อหาสาระการสื่อความ อาจมีทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่กับผู้ส่งสารและผู้รับสารจะนำไปใช้ให้เกิดผลในทางใดและถือว่าเป็นอีกสื่อหนึ่งในการเป็นเครื่องบ่งชี้บริบทของสังคมได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่ผู้สร้างถูกสังคมจ้องมองว่าได้นำเสนอสาระของการนำเสนอผ่านสื่อภาพยนตร์มากน้อย มีหรือไม่มีหรือไม่อย่างไร ผู้สร้างต้องทุ่มเทงบประมาณเป็นจำนวนมากในการลงทุนการสร้าง การลงทุนทางการตลาด การสื่อสารทั้งปวงเพื่อให้ธุรกิจของตนประสบความสำเร็จผู้รับสารที่เป็นผู้บริโภคเลือกการรับสารนั้นๆ ด้วยความสนใจจริงๆ ความบันเทิง ความชอบส่วนตัวหรือเครื่องมือทางการตลาด
ผู้รับสารได้เลือกบริโภค ภาพยนตร์เป็นผลมาจากเหตุผลใด ได้ตระหนักในคุณค่าสาระอันเป็นแก่นสารของภาพยนตร์นั้นๆ หรือไม่
ภาครัฐยังคงวางเฉยต่อสื่อสารมวลชนที่เรียกว่า ภาพยนตร์เช่นนี้ต่อไป การกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศโดยใช้สื่อนี้มีมากน้อยเพียงใด บทบาทของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่เว้นแม้แต่ผู้ชมภาพยนตร์ก็เป็นสิ่งสะท้อนบริบททางวัฒนธรรมแห่งสังคมไทยทั้งสิ้น
บทความ นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
วงโคจรของความทรงจำ : ภาพยนตร์สารคดีและการส่งผ่านพยาน (ตอนที่ 2)Roxana Waterson: เขียน,ชีวสิทธิ์ บุณยเกียรติ : แปล
การผลิตภาพยนตร์ชาติพันธุ์ช่วงหลังสงครามในเยอรมนี เปเตอร์ ฟูชส์ (Peter Fuchs) สถาบันการผลิตภาพยนตร์ทางวิชาการ (IWF) และสารานุกรมภาพยนตร์ (Encyclopaedia Cinematographica)
พรรณนาความชาติพันธุ์ ว่าด้วยภาพ
กำเนิดปฏิบัติการภาพยนตร์ ชาติพันธุ์: การเดินทางจากอดีตสู่เส้นทาง ในอนาคต
มานุษวิทยาโพสต์มอเดิร์นแปลและเรียบเรียงโดย นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
ความหมายของภูมิทัศน์วัฒนธรรม
ภูมิทัศน์วัฒนธรรม คือ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงการผสมผสานเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ เป็นพัฒนาการของสังคมมนุษย์และการตั้งถิ่นฐานผ่านกาลเวลาภายใต้อิทธิพลของข้อจำกัดทางกายภาพ และ/หรือ เป็นสิ่งที่เห็นได้จากสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและแรงขับเคลื่อนทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมที่สืบเนื่องกันมา ใน World Heritage Convention ได้กำหนดมรดกโลกประเภทภูมิทัศน์วัฒนธรรม เป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. ภูมิทัศน์ที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างตั้งใจโดยมนุษย์ (Landscape designed and created intentionally by man )
2. ภูมิทัศน์ที่มีวิวัฒนาการอันเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การปกครอง ศาสนา และความเชื่อ ( Organically evolved landscape ) ได้แก่ พื้นที่ปรากฏร่องรอยของภูมิทัศน์โบราณ ( A relic or fossil landscape ) และภูมิทัศน์ที่ยังคงมีวิวัฒนาการอยู่อย่างต่อเนื่อง ( A continuing landscape )
3. ภูมิทัศน์ที่มีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมในพื้นที่ เช่น ศาสนา ลัทธิความเชื่อ ( Associative cultural
)
http://asiamuseum.co.th/upload/forum/cultural_landscape.pdf
วันอาทิตย์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
Afterpostmodern culture
The conference asks what culture means today and examines ways it is challenged by new discourses on ecology, the animal, sexuality, materialism, anthropology, the trans-state, and new media, among others. It also asks how methods for investigating culture have changed over the last two decades
particpants
Dwayne Dixon, DukeAnne-Lise Francois, UC BerkeleyJudith Goldman, University of ChicagoLisa Iwamoto, UC BerkeleyArlene Keizer, UC IrvineJan Mieszkowski, ReedArkady Plotnitsky, PurdueRei Terada, UC IrvineHong-An Truong, Brooklyn, New York
http://afterpostmodernculture.net/
แนวทางในการสนับสนุนงานวิจัยทางด้านศิลปะและงานสร้างสรรค์
http://www.surdi.su.ac.th/paper_public/sum_seminar_7_8_51.pdf
http://www.surdi.su.ac.th/index1.html
http://www.surdi.su.ac.th/opdc/opdc.html
http://www.web.msu.ac.th/adminnews/fileup/20100708173330.pdf
http://finearts.pn.psu.ac.th/article/article_2548/visual_arts2.pdf
การวิจัยทางศิลปะ Research in Arts (พิมพ์ครั้งที่ 2)
การสร้างสรรค์ทางศิลปะเป็นการวิจัยหรือไม่ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ผลงานศิลปะเป็นผลงานวิจัยหรือไม่ และมีความคล้ายคลึงกัน แตกต่างกัน หรือมีความสัมพันธ์กันอย่างไรนั้น เป็นปัญหาที่ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในวงการการศึกษาศิลปะช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากศิลปะเป็นเรื่องอิสระ ไม่มีขอบเขตจำกัด และมีหลายประเภท รูปแบบ และวิธีการ ทั้งที่มีกระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบและขั้นตอนชัดเจนคล้ายกับงานวิจัย และที่ไม่ยึดติดหรือหลีกเลี่ยงระบบ / ขั้นตอนที่แน่นอนชัดเจน และที่ไม่ยอมรับหรือต่อต้านระบบ / ขั้นตอนตามแบบแผนหนังสือ “การวิจัยทางศิลปะ” เป็นตำราเล่มแรกในวงการศิลปะในประเทศไทยที่ผู้เขียนพยายามจัดระบบ เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างการวิจัยและการสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอรูปแบบ กระบวนการ และระเบียบวิธีการวิจัยทางศิลปะเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาด้านศิลปกรรม
วันเสาร์ที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
Overview of Postmodern Movies
http://www.onpostmodernism.com/movies/default.aspx
http://www.onpostmodernism.com/links/default.aspx
อาลัยรศ.สมเกียรติ ตั้งนโม
รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ได้ถึงแก่กรรมเมื่อเช้าวันนี้ (6 ก.ค. 53) ด้วยวัย 52 ปี โดยก่อนหน้านี้ รศ.สมเกียรติ เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ (รพ.สวนดอก)ต่อมาในปี 2543-2544 เป็นหัวหน้าสาขาจิตรกรรม คณะวิจิตรศิลป์ ในปี 2547 เป็นรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิจิตรศิลป์ และเป็นคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน
วันเสาร์ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
วันเสาร์ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
เรื่องน่าอ่าน กับหนังสือ อ่าน เล่มล่าสุด
แขนที่สาม หมาบ้า ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง: อาการหลัง 919 ในภาพยนตร์ไทยจากมุมมองของนกกระจอกวิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา aka Filmsick อ่านภาพ
“เศรษฐศาสตร์กลางทะเลลึก” ศึกแห่งชนชั้นที่เดิมพันด้วยชีวิต
ประชาธิปไตยที่ตีนเขา (พระสุเมรุ)
เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
อวตาร: มารการเมือง
Facebook VS MySpace สงครามชั้นชนบนอินเตอร์เน็ต
ฮิวเมอริสต์แบบไม่ขำ
อ่านพระลอ: สงสัยปู่เจ้าสมิงพรายเป็นใคร?
ดำรงประเทศ
พระและเจ้า ในโลกคอมมิวนิสต์
เสือเผือก : ไม่ฆ่านาย ไม่หายจน
แม่ และโสเภณี ในเรื่องสั้น “แม่ก้อนไขมัน”
สวยลากไส้ : ปีศาจทุนนิยมในสังคมสินค้าและวิชาชีพ
ฮะเร บอลลีวู้ด, บอลลีวู้ด ฮะเร ฮะเร
แขนที่สาม หมาบ้า ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง: อาการหลัง 919 ในภาพยนตร์ไทยจากมุมมองของนกกระจอก
Photorthographie (2)
รังไหมแห่งความลับของ “บาลดาบิอู”
ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่่ ?
เจ.ดี. ซาลิงเจอร์: ศาสดาแห่ง “ตำราขบถ”
เดวิด เลอวีน “ศิลปิน” หรือนักวาดการ์ตูนการเมือง
วันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓
The official synopsis of Ong Bak 3 has been unveiled at the American Film Market:Ong Bak 3 plot:"The legend of Ong Bak 3 begins after Tien (Tony Jaa) has lost his fighting skills and his beloved step-father at the Garuda's Wing cliff from the raid led by Jom Rachan (Saranyu Wonggrajang). Tien is brought back to life with the help from Pim (Primrata Dechudom) as well as Mhen (Petchai Wongkamlao) and the Kana Khone villagers. Deep into the meditation taught by Phra Bua (Nirutti Sirijanya), Tien finally is able to achieve 'Nathayut'. His talents are put to the test again when his rivals including the Golden-Armored King’s Guard (Supakorn 'Tok' Kijusuwan), the mysterious killers in black, and Bhuti Sangkha (Dan Chupong) return for the final massive showdown."http://thaifilmjournal.blogspot.com/2008/12/sia-jiang-there-will-be-ong-bak-3.html
http://ongbak3.movie-trailer.com/
